บุกค้นบ้าน “หวัง เซียน” หลังคดีขับรถชนลูกครึ่งดับ 7 เดือนยังไร้ตัวผู้ต้องหา

พ่อแม่ “น้องทอมมี่” เดือด! จ่าคิงส์แตงทิมสะพานใหม่นำกองปราบ-หนองปรือ-ตม. ค้นบ้าน “หวัง เซียน” หลังคดี 7 เดือนยังไร้ตัวผู้ต้องหา แม่โวยลั่น “ตำรวจไทยหรือตำรวจจีน” เหตุ นัดตี 5 แต่มาถึง 6 โมงครึ่ง

ความคืบหน้ากรณี “น้องทอมมี่” เด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-สวีเดน อายุ 16 ปี ซึ่งเสียชีวิตภายหลังประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และครอบครัวยังคงติดตามทวงถามความคืบหน้าคดี หลังผ่านมานานกว่า 7 เดือน ขณะที่คู่กรณีชาวจีนคือ “นายหวัง เซียน” ซึ่งถูกศาลออกหมายจับแล้ว ยังไม่ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ครอบครัวของน้องทอมมี่ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือผ่านรายการ “โหนกระแส” และประสาน “จ่าคิงส์แตงทิมสะพานใหม่” ให้ช่วยติดตามคดี โดยครอบครัวตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดตามตัวผู้ต้องหา รวมถึงการทำงานของตำรวจในช่วงหลังเกิดเหตุ

จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับนายหวัง เซียน ในข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยตำรวจยืนยันว่า หลังออกหมายจับได้พยายามติดตามตัวผู้ต้องหา รวมถึงตรวจสอบบ้านพักและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่พบตัว

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 20 กันยายน 2569 “จ่าคิงส์แตงทิมสะพานใหม่” ได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งกองปราบปราม ตำรวจ สภ.หนองปรือ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่พร้อมหมายค้น เพื่อตรวจสอบบ้านพักที่เชื่อมโยงกับนายหวัง เซียน และตรวจสอบว่าผู้ต้องหายังคงพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านพัก กลับไม่พบนายหวัง เซียน ภายในบ้าน พบเพียงชายชาวจีน 1 ราย และหญิงไทย 2 ราย ซึ่งให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า นายหวังไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว และพวกตนเป็นผู้เช่ารายใหม่ที่เข้ามาพักอาศัยมาระยะหนึ่ง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พ่อและแม่ของน้องทอมมี่เกิดความไม่พอใจ โดยครอบครัวตั้งข้อสงสัยต่อข้อมูลของผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้าน และขอให้แสดงเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเช่าบ้าน เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้เช่ารายใหม่จริง แต่เบื้องต้นไม่มีเอกสารการเช่ามาแสดงต่อหน้าครอบครัว จึงเกิดการโต้เถียงและตั้งคำถามกันในพื้นที่

จากนั้นครอบครัวได้ขอให้เจ้าหน้าที่พาไปตรวจสอบสถานที่ประกอบธุรกิจเดิมของนายหวัง เซียน ซึ่งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามหมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกัน

สถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นอาคารเช่า 2 ชั้น สภาพค่อนข้างรกร้าง บริเวณชั้นล่างถูกล็อก ขณะที่ชั้นบนสามารถเปิดเข้าไปตรวจสอบได้ ภายในพบสิ่งของบางส่วน เช่น ที่นอน หมอน และโต๊ะเก่า ๆ ทำให้ครอบครัวตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้สถานที่ดังกล่าวและเส้นทางการพักอาศัยของนายหวัง เซียน

ระหว่างการลงพื้นที่ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อคุณแม่ของน้องทอมมี่แสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ โดยเฉพาะเรื่องเวลาการเดินทางเข้าตรวจค้น

ครอบครัวระบุว่าได้ประสานและนัดหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. แต่เจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงเวลาประมาณ 06.30 น. ทำให้คุณแม่ของน้องทอมมี่แสดงความไม่พอใจและตั้งคำถามถึงความล่าช้า พร้อมกล่าวด้วยอารมณ์ว่า

“นี่ตำรวจไทยหรือตำรวจจีน”

ก่อนจะต่อว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง เนื่องจากครอบครัวต้องการให้การติดตามตัวนายหวัง เซียน ดำเนินการอย่างรวดเร็ว หลังจากติดตามคดีมานานหลายเดือน

นอกจากนี้ ครอบครัวยังเปิดเผยถึงเบาะแสที่เคยได้รับว่า ก่อนหน้านี้มีคนพบเห็นนายหวัง เซียน อยู่บริเวณบ้านพักและให้อาหารสุนัข ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ครอบครัวนำมาใช้ตั้งข้อสงสัยว่า ผู้ต้องหาอาจยังคงอยู่ในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยังกล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งเคยพูดในลักษณะตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลระดับดังกล่าวจะออกมายืนให้อาหารสุนัขเองหรือไม่ ซึ่งคำพูดดังกล่าวทำให้พ่อและแม่ของน้องทอมมี่รู้สึกไม่พอใจ และมองว่าเจ้าหน้าที่ไม่ควรมองข้ามเบาะแสที่ครอบครัวนำมาแจ้ง

คุณแม่ของน้องทอมมี่ได้นำภาพถ่ายของลูกชายออกมาแสดงต่อสื่อมวลชน พร้อมระบายความรู้สึกว่า ครอบครัวต้องการเพียงให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และไม่ต้องการให้เรื่องราวยืดเยื้อต่อไป

สำหรับคดีนี้ เหตุเกิดช่วงคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่หนองปรือ ก่อนน้องทอมมี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยครอบครัวระบุว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ติดตามหาหลักฐานและประสานหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อ

ต่อมาศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับนายหวัง เซียน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 ตามข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้

ด้านตำรวจจังหวัดชลบุรีเคยชี้แจงว่า ไม่ได้ละเลยคดี และหลังเกิดเหตุได้ดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการออกหมายเรียก การพยายามเชิญตัวผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวน และเมื่อไม่มาตามนัดจึงมีการขอศาลออกหมายจับ

หลังศาลออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ติดตามตัว รวมถึงตรวจสอบบ้านพักและสถานที่ที่คาดว่าผู้ต้องหาอาจใช้พักอาศัย แต่ไม่พบตัว ขณะเดียวกันมีการตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดูเส้นทางเข้า-ออกประเทศด้วย

ในส่วนของการติดตามตัวในระดับระหว่างประเทศ มีการเปิดเผยว่าตำรวจอยู่ระหว่างประสานงานกับ INTERPOL เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับหมายแดง หากพบว่าผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศหรือไปปรากฏตัวในประเทศอื่น ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการติดตามตัวกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ขณะที่ “จ่าคิงส์แตงทิมสะพานใหม่” เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อและแม่ของน้องทอมมี่ ซึ่งต้องการให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีและตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับที่พักของนายหวัง เซียน จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัว

จ่าคิงส์แตงทิมสะพานใหม่ยังกล่าวขอบคุณ”บิ๊กต่าย” พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ตำรวจภูธรภาคสอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี  สืบสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ  ตำรวจกองปราบ ร่วมสนับสนุนภารกิจ พร้อมระบุถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการติดตามตัวนายหวัง เซียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานด้านการเดินทางเข้า-ออกประเทศ

อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นครั้งล่าสุดยังไม่สามารถพบตัวนายหวัง เซียน ได้ ทำให้ประเด็นสำคัญของคดีในขณะนี้ยังคงอยู่ที่การติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดี ขณะที่ครอบครัวยังคงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่จ่าคิงส์แตงทิมสะพานใหม่และผู้สื่อข่าวยืนคุยกันอยู่นั้น ก็ได้มีประชาชนในพื้นที่มาสะกิดบอกว่านายหวังยังคงอยู่ในพื้นที่พัทยา ชลบุรี เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมาได้พบเห็นนายหวังเดินไปเดินมาแถวบริเวณหน้าหมู่บ้าน จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามตัวและดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts